ประสบกาณ์ในธุรกิจออนไลน์ของผม Part I
วันแรกที่ผมสมัครทำ GDI ดูจะเป็นอะไรที่สวยหรูมากๆ ผมมีพลัง มีความหวังเต็มเปี่ยม กับธุรกิจนี้ เพราะผมได้ดูวีดีโอ 37 นาที ได้เห็น และเข้าใจแผนรายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และผมก็ตื่นเต้นมากๆ ที่จะได้มีโอกาสสร้างรายได้กับธุรกิจนี้
ผมจำได้เลยว่า ผมสมัคร GDI (รอบแรก) วันที่ 22 ตุลาคม 2007 ซึ่งจะตัดเงินวันที่ 29 และแน่นอนครับ สัปดาห์แรก ผมมึนส์... อะไรมันเป็นอะไรหว่า? ผมเริ่มต้นธุรกิจจริงๆ ก็ต้นเดือนพฤศจิกายน นั่นแหละครับ ในช่วงเวลานั้น มีการอบรมออนไลน์ด้วยโปรแกรมแคมฟรอก อัพไลน์ผมก็แนะนำให้ผมเข้าอบรมทุกสัปดาห์ครับ ผมก็เข้า และผมก็หนีบเพื่อนของผมเข้าไปฟังด้วย เหตุการณ์ดูเหมือนจะดี เพื่อนผมก็สมัครครับ เพราะผมบอกว่ามันดี มันเจ๋ง เขาก็เลยสมัคร...
แต่อนิจจา มันไม่เป็นอย่างที่คิด...
ผมไม่สามารถสอนให้เพื่อนผมเข้าใจได้เหมือนกับผม เหตุผลก็เพราะ ผมไม่ได้เข้าใจธุรกิจเอาซะเลย ผมไม่ได้ช่วยเหลือในสิ่งที่เขาต้องการ ผมเพียงแต่อยากให้เขาทำในสิ่งที่ผมต้องการ (ไม่งงนะครับ) พอสิ้นเดือนพฤศจิกายน ผมมีดาวน์ไลน์ 4 คน เพื่อนผมทั้งนั้น และมีแนวโน้มว่้า จะเลิกทำด้วยครับ... แล้วที่นี้ ต่อไปจะทำยังไงต่อล่ะเนี่ย ไม่รู้จะชวนใครแล้ว จะหาใครที่ไหนมาสมัครกันล่ะทีนี้
ภาพฝันสวยหรูในขณะนั้น หายวับไปกับตาครับ มีหลายคนสอนให้ผมทำ Spam Mail มีคนสอนวิธีการดูดเมล์ สอนวิธีกรองเมล์ สอนวิธีส่งเมล์ทีละมากกว่า 10,000 ฉบับ... ผมเรียนไป และก็รู้สึกละอายแก่ใจ และผมคิดว่ามันไม่ใช่คำตอบ
ตอนนั้นในห้องอบรม ก็มีการแนะนำให้ใช้ Google AdWords ครับ โอ้ววว... เหมือนสวรรค์ประทานพร ได้วิธีการเด็ดๆ มาแล้ววว ลงโฆษณามันซะเลย ^_^... และด้วยความอ่อนต่อธุรกิจของผม และไม่มีใครสอนให้ลงโฆษณา Google AdWords ดังนั้นเดือนแรก ยอดค่าใช้จ่าย Google ปาเข้าไปเกือบหมื่น แต่ได้ดาวน์ไลน์มา 19 คน รวมเพื่อนอีก 4 คน ก็คือ ได้เงินมา $23 ครับ หรือประมาณ 800 กว่าบาทในเวลานั้น.... ขาดทุนยับเยิน -_-'
ผมจึงมานั่งทบทวนครับ ว่าผมขาดอะไร? ผมควรจะรู้อะไรเพิ่มเติม ผมเริ่มศึกษาการทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตที่เป็น ของจริง เป็นหลักการทำงานที่ถูกต้อง ไม่ใช่ ใช้โปรแกรมดูดเมล์ กรองเมล์ และส่งสแปมเมล์ เหมือนอย่างบางคนที่ส่งสแปมเมล์มาหาผมตอนนี้ เพื่อขาย Software ดูดเมล์ แล้วอ้างว่าเป็นการทำการตลาดแบบดึงดูด หรือ Attraction Marketing (แอบกัดเล็กน้อย) แล้วเรื่องที่เกี่ยวกับการสแปมเมล์ ผมจะมาแบ่งปันเพิ่มเติมก็แล้วกันครับ มีเรื่องให้เขียนอีกยาวววววววว จริงๆ
ต้นเดือน มกราคม 2008 ผมเริ่มต้นซื้อหนังสือ Google Make Me Rich มาอ่าน แต่งโดย คุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ และผมก็เริ่มเรียน eClass ที่เขาสอน ผมอ่านไป ดู eClass ไป และผมก็ทำตามคำแนะนำทุกอย่าง ตั้งแต่การสมัคร Affiliate กับ CJ.com, และ Clickbank.com ไปจนเริ่มหาสินค้า หา Keywords และเริ่มต้นฝึกลงโฆษณาแบบถูกต้องตามหลักการ ไม่มั่วแล้วทีนี้
ผมลงโฆษณาได้ มีคนคลิกโฆษณาผมครับ ดีใจมากเลย แต่แล้วผมก็ต้องเศร้าอีกครั้ง เมื่อแทบจะไม่มีคนซื้อสินค้าผมเลย อ้าววว... งี้ผมก็เสียเงินเปล่าอีกสิ... โดนเข้าให้อีกแล้ววววว คราวนี้ค่าโฆษณาของผมก็เกินกว่า 5 พันบาท และผมขายสินค้าได้ 2 ชิ้น ผมขายอะไรได้น่ะหรือ? หุหุหุ ขาย Software ได้ครับ
ขออธิบายเรื่อง Software นิดนึง ในอเมริกา เขาซื้อ Software ลิขสิทธิ์ ไม่เหมือนบ้านเราครับ ถ้าผมขาย Software ในบ้านเรา คงจะขายไม่ได้เลย เพราะเรามีลิขสิทธิ์พันทิพย์ (ประชด) และ Data IT ต่างๆ ตามห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ขายแผ่นละ 100-150 บาท ซื้อแผ่นเดียว ได้ Software เป็นร้อยตัวเลย เหอๆๆ ^_^...
Software ตัวนึง ในต่างประเทศ ราคาเป็นพันบาทเลยครับ และคอมมิชชั่นที่ผมได้คือ $23.68 หรือประมาณ 800 กว่าบาท (อีกแล้ว) ถึงแม้จะขาย Software ในต่างประเทศได้ แต่ผมก็ขาดทุนยับเยินอีกรอบ -_-' ผมเริ่มคิดแล้วว่า ธุรกิจออนไลน์ มันเหมาะกับผมหรือเปล่า? ทำไมผมถึงทำไม่ได้เหมือนคนอื่นเขา?
ความผิดหวังจากการขายสินค้า CJ, Clickbank ขาดทุน ทำให้ผมกลับมาตั้งต้นกับ GDI ใหม่อีกครั้ง ผมนำทักษะอันน้อยนิดของผม มาลงโฆษณาธุรกิจ GDI ... เฮ้ยยย อะไรกันนี่? ทำไมมันช่างแตกต่างอะไรอย่างนี้ ผมสามารถโปรโมทธุรกิจ GDI ด้วยการลง Google AdWords ได้ดาวน์ไลน์มาอย่างไม่น่าเชื่อ ใน 1 เดือนผมสามารถหาดาวน์ไลน์ได้ประมาณ 30-40 คนเลยครับ แต่ไม่ได้หมายความว่า ติดตัวผมหมดทุกคนนะครับ จำนวนนี้ คือจำนวนรวมทั้ง 5 Level ครับ แต่ถึงยังไง ถ้าลองคำนวนรายได้แล้ว คุ้มยิ่งกว่าขายสินค้า CJ กับ Clickbank ซะอีก
และที่สำคัญเลยคือ ค่าโฆษณาก็ยังถูกลงมากๆ อีกด้วย เหลือแค่เดือนละไม่เกิน 2,000 บาท เหตุผลก็เพราะ ผมเริ่มทำโฆษณา Google เป็นแล้วนั่นเองครับ ผมเริ่มควบคุมราคาต่อคลิกได้ เริ่มรู้จังหวะในการลงโฆษณา เริ่มหา Keywords ตรงกลุ่มเป้าหมาย เริ่มเขียนข้อความโฆษณาได้ดีขึ้น นับเป็นความก้าวหน้าในธุรกิจที่เห็นได้ชัดเจนครับ... ในตอนนั้นผมอยู่ในธุรกิจ GDI มาเป็นเวลา 4 เดือนครับ จึงเริ่มเห็นผลของความพยายามในการเรียนรู้ของผม
ผมจึงได้บทเรียนมาอย่างนึงครับ และผมก็อยากจะฝากเพื่อนๆ ไว้ด้วย ในบทเรียนที่ผมได้รับนี้ ว่าถ้าคุณไม่เคยทำธุรกิจ คุณไม่ควรโฟกัสไปที่ "เดือนนี้ฉันได้เงินเท่าไหร่แล้ว?" แต่คุณควรโฟกัสไปที่ "ฉันทำธุรกิจเป็นแล้วหรือยัง?" ต่างหากครับ เพราะถ้าคุณทำเป็นแล้ว เงินมันจะตามมาเองโดยอัตโนมัติครับ
เรื่องของผม ยังไม่จบ... แล้วผมจะมาเล่าเรื่องราวของผมต่อจากนี้อีกนะครับ มีเรื่องให้ต้องต่อสู้อีกมากมาย นี่เป็นเพียงฉากแรกครับ
แล้วพบกันครั้งหน้าครับ
Article by: Nattaphon
-
|2009-11-02 18:01:33 จีจี้

เก่ง สมชื่อ สู้ๆๆๆๆ
พี่ทำไม่เป็นแบบนี้อ่ะ ขอให้ประสบความสำเร็จ ไปให้ถึงฝันที่ต้องการนะค่ะคุณน้อง
-

คุณเก่งเขียนเล่าถึงประสบการณ์นับว่ามีประโยชน์มากเลยครับ เืพื่อนๆที่ทำธุรกิจ GDI อยู่อ่านแล้วคงมีกำลังใจที่จะต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะ
ผมเองเคยเข้าไปหาข้อมูลการทำ affiliate อย่าง amazon , cj , clickbank ตามเว็บบอร์ดต่างๆเห็นว่าหลายๆคนมีทั้งขายได้( ดูแล้วจะเป็นส่วนน้อยเสียมากกว่า ) ทั้งล้มเหลว หรือขายสินค้าแทบจะไม่ได้เลย บางคนเสียเวลาอยู่กับการขายสินค้านับเป็นเดือนๆก็ยังขายไม่ได้ ผมจึงนึกเสียดายเวลาที่คนเหล่านี้เสียไป ถ้าเอาเวลาส่วนหนึ่งมาทำธุรกิจ gdi ผมว่าตอนนี้เค้าคงจะมีึรายได้ไม่มากก็น้อยแล้ว
-

เหมือนผมเลย ผมเคยทำ Adword กับ CJ ขายได้ 2-3 ชิ้น แต่ไม่ถึงยอดขั้นต่ำเลยไม่โอน...
เสียทุนไป 5 พันกว่า เลยเลิก มาสนใจ GDI ทำได้ 10 วันครับ ต้องเรียนรู้อีกเยอะ...
-
|2010-07-06 07:40:08 Nattaphon - ตอบคุณ matt

คุณ matt อยากรู้เรื่องแบบไหนหรอครับ?
ผมคงทำได้แค่เล่าเรื่องราวให้เห็นว่ามันไม่ดียังไงเท่านั้น แต่ผมคงจะไม่สอนวิธีการให้นะครับ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำเลย
ผมได้เล่าประสบการณ์บางส่วนของผมไว้ใน Part III บ้างแล้วล่ะครับ ก็คงจะค่อยๆ สอดแทรกเรื่องพวกนี้ผ่านประสบการณ์การทำธุรกิจของผมไปเรื่อยๆ แล้วกันครับ
ขอบคุณนะครับ ที่สนใจติดตามเรื่องราวของผม
-

ต้องกลับมาถามตัวเองว่า"ฉันทำธุรกิจเป็นแล้วหรือยัง?"
จริงค่ะ การอยู่มาก่อน ไม่ได้หมายความว่า เราจะทำธุรกิจเป็นมากกว่าคนที่มาทีหลังเรา
"อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน"แถมอีกคำถาม "ฉันเป็นใคร" อันนี้ไม่เกี่ยว
-
|2009-12-15 22:42:04 nooann - ชอบที่พี่เก่งเขียนมากเลย

ฉันทำธุรกิจเป็นแล้วหรือยัง?
เป็นคำถามที่โดนอ่ะ มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย
ขอบคุงค่า
-
|2010-03-23 19:37:49 Nit

มีกำลังใจเพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ
กำลังว่าจะถอยแล้วค่ะ เพิ่งทำเป็นเดือนแรก แต่ไม่เข้าใจเรื่องเว็บไซต์เลย งงมากๆไม่รู้จะเริ่มยังงัย แต่อยากทำให้เป็นเหมือนพี่ๆที่ประสบความสำเร็จแล้ว จะสู้ต่อไป ขอบคุณมากๆน่ะค่ะ
-
|2010-07-06 07:24:34 Nattaphon - ตอบ คุณ Nit

ไม่มีความสำเร็จไหน ที่ได้มาง่ายๆ แต่ที่จริงมันก็ไม่ยากเกินไป ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และมีปณิธานแน่วแน่ครับ
-
|2010-07-06 07:22:45 Nattaphon - ตอบ คุณเหรียญทอง

ประเด็นที่สำคัญที่คุณ Tissa จับจุดและนำมาใช้คือ ความจำเป็นในการใช้เว็บไซต์ครับ เขาได้ดึงเอาความจำเป็นที่จะต้องมีเว็บไซต์มาใช้ร่วมกับสินค้าของเขาคือ People Search นั่นเอง
หลักการง่ายๆ ครับคือ คนที่จะทำ People Search ของเขา ก่อนอื่น ต้องมีเว็บไซต์ซะก่อน และเขาก็แนะนำให้เช่าเว็บกับ GDI แทนที่จะไปเช่าที่อื่นที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า หลังจากนั้นจึงจะได้ People Search เพื่อทำธุรกิจต่อไป
แต่กว่าจะทำอย่างนั้นได้ เขาก็ต้องล้มเหลวมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง นี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญก่อนจะประสบความสำเร็จครับ
-
|2010-06-08 07:21:51 gift1305 - อ่านแร้วรู้สึกเกิดแรงบันดาลใจจัง !!

ขอบคุนมากน่ะข่ะ สำหรับเรื่องราว ดี ๆ
ที่นำมาแบ่งปันให้
-
|2010-09-11 04:28:15 Anonymous - สนใจนะแต่ไม่รู้เริ่มยังไงครับ

ก็โอนะแต่ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องน้เท่าไหร่
-
|2010-09-11 05:23:08 Nattaphon - ตอบ

ผมก็เริ่มจากไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนกัน
ถ้าเรื่องไหนมันจำเป็นต้องรู้ แต่ผมยังไม่รู้ ผมก็แค่ไปหาความรู้เรื่องนั้นมาเพิ่มครับ แค่นี้ก็รู้มากขึ้นแล้ว ไม่ยากเลย จริงมั้ยครับ
-
|2010-09-12 04:03:21 vic - การสแปมเมล์

การที่เราตอบเมล์กลับทุกคน ซึ่งมี CC. หลายคน แบบนี้จะถือว่าเป็นการสแปมเมล์หรือเปล่า
-
|2010-09-12 21:26:32 Nattaphon - ตอบ คุณ vic

หลักคิดง่ายๆ ครับ
อีเมล์เหล่านั้น เจ้าของเขายินดีให้คุณด้วยตัวเขาเองหรือเปล่า?อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ http://www.nattaphon.com/online-network-marketing/11-e-mail-marketing-vs-spam-mail.html
