พิชิตความสำเร็จ ด้วยกระบวนท่าเดียว
ก่อนที่ผมจะมานั่งเขียนบทความนี้ ผมได้นั่งดูหนังเรื่องนึง ซึ่งตัวละครในเรื่องได้พูดถึงพระวัดเส้าหลิน ที่ได้เคยมีคำพูดไว้ว่า
จงอย่ากลัวหนึ่งหมื่นกระบวนท่าที่ต้องฝึกให้สำเร็จในคราวเดียว แต่จงกลัวกระบวนท่าเดียวที่ต้องฝึกฝนเป็นหมื่นๆ ครั้ง
โอ้ว!! ผมถึงกับต้องกด Pause แล้วย้อนกลับไปจดคำพูดประโยคนี้ทันที ถึงผมจะบ้าวิทยายุทธ์ แต่ผมก็บ้างานด้วยเหมือนกันนะ ดูหนังยังคิดเรื่องงานเลย บ้าจริงๆ ด้วย = ='
เพื่อนๆ เคยสังเกตคนที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คนบ้างหรือเปล่าครับ มีบางอย่างที่ล้ำลึกอยู่ในบุคคลเหล่านั้น จนบางครั้งยังนึกสงสัยว่า พวกเขาทำได้อย่างไร ทำไมจึงประสบความสำเร็จในเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ผมก็มีคำถามให้เพื่อนๆ ได้ลองคิดตามกันนะครับ
- บางคนทำธุรกิจมาหลายอย่าง จับธุรกิจนั้นก็แล้ว ธุรกิจนี้ก็แล้ว ทำไมจึงไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง?
- บางคนเรียนหนังสือดี มีปริญญาหลายใบ แต่ทำไมกลับไม่รุ่งในเรื่องการงาน?
- บางคนร่างกายที่แข็งแรง มีความยืดหยุ่นสูง สมรรถภาพร่างกายพร้อมที่จะเล่นกีฬาได้แทบทุกชนิด แต่กลับไปไม่ถึงจุดสูงสุดของกีฬาแต่ละประเภท?
การที่ผมเน้นคำถามไปในเรื่องธุรกิจ และกีฬา ก็เพราะเป็นสิ่งที่เรามองเห็นชัดเจนในเรื่องของความสำเร็จ ลองมาดูตัวอย่าง ของคนที่ประสบความสำเร็จกันดีกว่าครับ
- ตัวอย่างแรก Diego Armando Maradona (ดิเอโก้ อาร์มันโด มาราโดน่า) หวังว่าคงจะไม่มีใครไม่รู้จักนะครับ เสือเตี้ยคนนี้ ลงสนามเมื่อไหร่ ก็มักจะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับทีมได้เสมอ ถ้าพูดกันถึงเรื่องทักษะฟุตบอลแล้วล่ะก็ ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน คนอะไรเนี่ย... ทำไมถึงได้มีปฏิกิริยาตอบสนองในสนามได้ดีขนาดนี้ ทั้งข้อเท้าที่คล่องแคล่วขณะเลี้ยงลูกบอลกลางสนาม หรือสายตาที่เฉียบคมในขณะที่ตนเองกำลังโดนรุมเข้าสกัดบอลถึง 2-3 คน แต่กลับสามารถมองเห็นเพื่อนร่วมทีม และส่งบอลให้เพื่อนได้ในเสี้ยววินาที แต่ถ้าหากจะเสียบอลเมื่อไหร่ ก็จะต้องได้ฟาล์วจากฝ่ายตรงข้ามทันที หรือพูดอีกทีคือ เป็นการควบคุมลูกฟุตบอลขั้นเทพ เสมือนว่าลูกบอลเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว

... เขาทำได้ยังไง? - ตัวอย่างต่อมา เป็นเรื่องธุรกิจกันบ้างครับ Bill Gates (บิล เกตส์) ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า "วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม" ใครๆ ก็เรียกเขาว่าเป็น "เจ้าพ่อไมโครซอฟท์" ได้รับตำแหน่งผู้มั่งคั่งอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันหลายปี แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว มีทรัพย์สินมากกว่า 46,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

... เขาทำได้ยังไง? - อีกตัวอย่างนึงครับ Warren Edward Buffett (วอร์เรน เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์) มักจะได้รับฉายาว่าเป็น "เทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา" หรือไม่ก็ "ปราชญ์แห่งโอมาฮา" เขาเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก โดยมีทรัพย์สินประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

... เขาทำได้ยังไง?
สำหรับ ดิเอโก้ มาราโดน่า ผมล่ะทึ่งกับนักเตะคนนี้มากๆ แม้เปเล่เคยพูดไว้ว่า "มาราโดน่าเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่นะ แต่เขาเตะเท้าขวาไม่ได้ และยังทำประตูจากลูกหัวไม่ได้อีกด้วย" แต่ด้วยประเด็นของบทความนี้ทำให้ผมได้มุมมองความคิดไปอีกอย่างคือ มาราโดน่าไม่ใช่นักเตะที่ครบเครื่องก็จริง แต่สิ่งที่เขาถนัดนี่สิครับเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเทียบได้ เขาใช้สิ่งที่เขาชำนาญที่สุดนั้นเพียงสิ่งเดียว สร้างสรรค์ปาฎิหาริย์ในสนาม และความสำเร็จให้กับชีวิตนักฟุตบอลของตนเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ มาราโดน่าฝึกฝนทักษะฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก และพัฒนาทักษะจนเป็นเลิศ และไม่มีใครปฏิเสธความสามารถของเขาได้ในเรื่องนี้ แม้เขาจะไม่ใช้เท้าขวา แต่ก็ไม่มีใครแย่งบอลจากเท้าเขาไปได้เลย จริงมั้ยล่ะครับ บางทีถ้ามาราโดน่าเล่นได้ทั้ง 2 เท้าเท่าๆ กัน ความสามารถของเท้าแต่ละข้างอาจจะด้อยลงก็ได้ใครจะรู้ล่ะ
บิล เกตส์ ได้มุ่งมั่นพัฒนา Software มาตลอดตั้งแต่สมัยเรียน แม้เขาจะเรียนไม่จบปริญญาตรี แต่เขาก็ไม่เคยหยุดการเป็นนักพัฒนา Software จนกระทั่งได้ก่อตั้งบริษัท Microsoft ขึ้นมา และได้ฉายาว่า "เจ้าพ่อไมโครซอฟท์" การมุ่งมั่นเพียงสิ่งเดียวทุ่มเทให้กับการพัฒนา Software ทำให้ บิล เกตส์ เป็นเลิศทางด้านอุตสาหกรรม Software นี้
วอร์เรน บัฟเฟตต์ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1930 ได้ซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ปี และทุกวันนี้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่กับการลงทุน จึงไม่แปลกเลยที่เขาจะอ่านเกมส์การลงทุนได้อย่างแม่นยำดุจดั่ง เทพพยากรณ์ เพราะเขาทุ่มเททั้งชีวิตของเขาให้กับเรื่องการลงทุน เขาจึงเป็นเลิศทางด้านนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มีมิตรสหายเป็นมหาเศรษฐีชื่อ บิลล์ เกตส์ ซึ่งเคยชวนให้เขาร่วมลงทุนในบริษัทไมโครซอฟท์ แต่วอร์เรนก็ขอปฏิเสธ เนื่องจากไม่มีความเข้าใจในระบบธุรกิจประเภทนี้
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า คนที่ประสบความสำเร็จนั้น เขาได้จดจ่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเกิดความชำนาญในสิ่งนั้นมากๆ เปรียบได้กับกระบวนท่าเดียวที่ต้องฝึกฝนเป็นหมื่นๆ ครั้ง กระบวนท่านั้นจะล้ำลึก และไม่มีใครลอกเลียนแบบได้
ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะเลียนแบบ "ดิเอโก้ มาราโดน่า" ได้... ไม่มีใครเลียนแบบ "บิล เกตส์" ได้... และไม่มีใคร เลียนแบบ "วอร์เรน บัฟเฟตต์" ได้เช่นกัน จากตัวอย่างแม้แต่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เองก็ไม่เสี่ยงที่จะลงทุนกับไมโครซอฟท์เพราะตนไม่เข้าใจระบบธุรกิจที่ บิล เกตส์ ทำ ถ้าลงเล่นในสิ่งที่ตนเองขาดความเข้าใจ ก็อาจจะเกิดความผิดพลาดเสียหายได้ วอร์เรนจึงเลือกที่จะไม่เล่นเกมส์นี้ แต่เขาก็ยินดีที่จะบริจาคเงินจำนวนมหาศาลแก่มูลนิธิของ บิลล์ เกตส์ แทน
การทำนู่นทำนี่หลายอย่าง แต่ไม่รู้จริงสักอย่างเดียว ไม่ใช่หนทางสู่ความสำเร็จแน่นอนครับ สิ่งที่ผมได้รับจากการดูหนังเรื่องนี้ มันทำให้ผมต้องกลับมามองดูตัวเองครับ ว่าผมได้พัฒนาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพียงสิ่งเดียว เป็นหมื่นๆ ครั้งแล้วหรือยัง? เพื่อให้เกิดความชำนาญในด้านนั้นจริงๆ และนั่นจะทำให้ผม หรือเพื่อนๆ ที่อ่านบทความนี้ประสบความสำเร็จได้ในที่สุดครับ
Article by: Nattaphon
-

หลังจากได้อ่านบทความนี้ (ราวกับคัมภีร์นพเก้าที่สาปสูญ)
ผมก็มีความตั้งใจว่าจะฝึกปรือการเขียนของผม ทั้งไทยและอังกฤษ
ให้เป็นเครื่องมือที่สร้างประโยชน์ โกยความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้อยากจะมีโอกาสได้เล่าเรื่องของตัวเองแบบนี้บ้าง
"ใช้สิ่งที่ถนัด มาเป็นเครื่องมือสร้างตัวเอง"
-

"จงอย่ากลัวหนึ่งหมื่นกระบวนท่าที่ต้องฝึกให้สำเร็จในคราวเดียว แต่จงกลัวกระบวนท่าเดียวที่ต้องฝึกฝนเป็นหมื่นๆ ครั้ง"
ประโยคนี้โดนใจอย่างแรง
แต่ที่โดนกว่า ก็ มาราโดน่า นี่แหละนะ โหะๆ ความชอบส่วนตัว อิอิ
-
|2010-08-15 20:39:08 ดอกสะแบง

"จงอย่ากลัวหนึ่งหมื่นกระบวนท่าที่ต้องฝึกให้สำเร็จในคราวเดียว แต่จงกลัวกระบวนท่าเดียวที่ต้องฝึกฝนเป็นหมื่นๆ ครั้ง"
ถ้าจะเปรียบประโยคนี่กับธุรกิจ GDI หมายถึง จะต้องโพสๆๆๆๆๆๆ อย่าหยุดโพส พอเปรียบได้ไหมครับ โปรดอธิบาย
-
|2010-08-22 13:31:34 Nattaphon - ตอบ คุณดอกสะแบง

ผมอยากให้คุณดอกสะแบงเข้าใจอย่างนึงว่า GDI เป็นธุรกิจออนไลน์ก็ได้ ออฟไลน์ก็ได้ อย่ายึดติดกับวิธีการโพสเพียงวิธีเดียว ถ้าคุณดอกสะแบงลองศึกษาให้มากขึ้น ก็จะพบว่า การทำธุรกิจมี "วิธีการ" เยอะแยะมากมาย
ในบทความนี้ผมกำลังบอกว่า ถ้าคุณฝึกทำอะไรซ้ำๆ สม่ำเสมอ คุณจะเก่งในเรื่องนั้นแน่ๆ ซึ่งมันใช้ได้กับทุกเรื่อง รวมถึงการโพสด้วยครับ แต่ถ้าคุณดอกสะแบงเข้าใจว่าทำ GDI ต้อง "โพสๆๆๆๆ อย่าหยุดโพส" ล่ะก็ ธุรกิจของคุณก็ไม่ต่างกับงาน Part-Time ฆ่าเวลาไปวันวัน
ผมจำได้ว่า ทั้งในเว็บบอร์ด หรือใน GDI Center ของทีม GDIMakeMeRich หรือใน GDI Support ของทีม 21Millionaire ก็มีสอนไว้หลายวิธี การโพสคือเรื่องพื้นฐานที่สุด ที่ทุกคนเริ่มต้นได้ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดของธุรกิจ ลองศึกษาให้เข้าใจก่อนนะครับ บางทีคุณดอกสะแบงอาจจะพบกระบวนท่านั้นที่เหมาะกับตนเอง แล้วจึงค่อยฝึกมันจนกว่าจะชำนาญครับ
-
|2010-08-30 04:52:36 No name - กระบวนท่าเดียว

เป็นบทความที่ดี และทำให้คนที่ไม่รู้ได้รู้ ขอบคุณมากครับพี่ (จากแฟนคลับ)....กระบวนท่าเดียวที่ฝึกฝน กระทั่ง เป็นหนึ่ง ในเรื่องนั้น..แต่ในธุรกิจ MLM กระบวนท่ามันหลายท่ามากเลยพี่ ปล่อยท่าไปมั่ว บางทีก็โดนสวนกลับตาบวมฉึ่งเลย^^(คือผมเป็นมือใหม่อะครับ)......ขอถามพี่นัทครับ ถ้าหากผมเป็นมือใหม่ที่นิยมชมชอม ถนัดที่จะโพสต์อย่างเดียว ซึ่งเราคิดว่าทำมันได้ดีและถนัดที่สุด.ฝึกฝนทุกวิธีการที่จะทำให้การโพสต์ของเราเป็นหนึ่งไม่แพ้ใคร...ส่วนอย่างอื่นเป็นรองไม่เก่งเท่าการโพสต์ อย่างนี้เราจะสำเร็จได้ด้วยกระบวนท่าเดียวในธุรกิจMLM ตามความหมายของพี่นัทได้หรือเปล่าครับ
-
|2010-08-31 21:42:22 Nattaphon - ตอบ คุณ No name

ถ้าถามผมในเรื่องธุรกิจ MLM มาเทียบกับกระบวนท่าเดียวในบทความนี้ ก็ต้องทำความเข้าใจกับคำว่า "ธุรกิจ MLM" ก่อนครับว่าธรรมชาติของมัน ต้องมีอะไรบ้าง ธุรกิจจึงจะอยู่รอด
แค่โปรโมทเท่านั้นหรอ? ไม่ใช่แน่ๆ ครับ.... การทำธุรกิจประเภท MLM หัวใจสำคัญไม่ใช่การโปรโมทครับ แต่เป็นการดูแลองค์กรต่างหาก
ดังนั้นคำว่า "กระบวนท่า" ในบทความนี้ ก็คือ "กระบวนการทั้งหมด หรือยุทธวิธี ตั้งแต่โปรโมทเว็บไปจนถึงดูแลทีมงาน..." คุณ No name มีวิธีการอย่างไร? ผมไม่สามารถบอกได้หรอก ต้องตอบตัวเองครับ การโพสเป็นแค่วิธีโปรโมท แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ถ้าทีมงานทำอะไรไม่เป็นเลย ธุรกิจคุณก็จะไม่โต เพราะฉะนั้น คุณต้องมีแผน ที่จะสอนทีมงานด้วย จะใช้วิธีอะไรในการสอนทีมงานนั้น คุณ No name ต้องไปคิดดูนะครับ ผมคิดว่านั่นจึงจะเป็นกระบวนท่าที่สมบูรณ์ หรือ ศัพท์ทางการก็คือ Success Model นั่นเอง
อะไรคือ Success Mocel ของคุณ?
