Home การพัฒนาตนเอง หนังสือ สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้อย่างไร?

postheadericon หนังสือ สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้อย่างไร?


Booksการอ่านหนังสือ เป็นการตอกย้ำความคิด ถ้าเราอ่านหนังสือที่ดีๆ ความคิดดีๆ ก็จะถูกตอกย้ำลงในใจเรา และเมื่อความคิดเราเปลี่ยน การกระทำของเราก็จะเปลี่ยนตาม แต่หลายคนก็มีคำถามมาว่า "ก็อ่านไปแล้ว ทำไมถึงไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หนังสือแนะนำล่ะ?" คำตอบก็คือว่า คุณยังอ่านน้อยไปน่ะสิครับ

ใครที่คิดว่าการอ่านหนังสือดีๆ เพียงครั้งเีดียว ก็ถือว่าได้อ่านแล้ว เข้าใจถ่องแท้แล้ว .... คุณคิดผิดถนัดครับ....

การอ่านเพียงครั้งเดียว เราไม่สามารถจดจำและนำไปใช้ได้ เพราะมันเพียงแค่ผ่านสายตา คุณอาจจะจำข้อมูลในหนังสือได้ แต่มันยังไม่ถูกตอกย้ำลงในใจ ไม่ได้ฝังลงไปในจิตใต้สำนึกของคุณ คุณจึงยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม และเมื่อพฤติกรรมไม่เปลี่ยน ผลปลายทางก็ไม่เปลี่ยนแน่นอนครับ

ถ้าคุณได้เจอหนังสือที่คุณชอบสักเล่มหนึ่ง ลองอ่านมัน รอบที่ 1 ... รอบที่ 2 ... รอบที่ 3 ... คุณจะรู้ว่า แต่ละรอบที่อ่าน สิ่งที่คุณได้รับจะไม่เหมือนกัน ผมบอกไม่ได้ว่า คณต้องอ่านกี่รอบ มันขึ้นอยู่กับคุณว่าความคิดคุณจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ และมันจะส่งผลถึงการกระทำด้วย คุณจะรู้ได้เอง เมื่อพฤติกรรมของคุณเริ่มเปลี่ยนไปตามแนวทางของหนังสือที่คุณอ่าน และชีวิตคุณก็จะเริ่มดีขึ้นอย่างที่ในหนังสือได้บอกไว้

การตอกย้ำความคิดด้วยหนังสือนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือเล่มเดียวก็ได้ครับ ถ้าคุณเบื่อที่จะอ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำๆ ก็ไม่ยากครับ เปลี่ยนเล่มสิครับ ง่ายจะตาย ^_^ ไปอ่านเล่มอื่นบ้างก็ได้ แต่ก็ควรเป็นหนังสื่อในเชิงพัฒนาแนวคิด พัฒนาตัวเอง อันที่จริงแล้ว ผมต้องบอกคุณว่า คุณควรอ่านหนังสือของผู้แต่งหลายๆ ท่านด้วยซ้ำ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ เรียนรู้จักความคิดดีๆ ของนักเขียนท่านต่างๆ ที่เขียนหนังสือเหล่านี้ไว้ คุณจะได้ไอเดียอะไรหลายอย่างในการพัฒนาตัวเองเยอะเลย

ตัวอย่าง หนังสือที่เน้นปรัชญาการดำรงชีวิต การสร้างความสุข ความสำเร็จ ความรุ่งเรืองในด้านต่างๆ เช่น

ผู้แต่ง
ชื่อหนังสือ
นโปเลียน ฮิลล์
"คิดแล้วรวย (Think and Grow Rich)"
นอร์แมน วินเซนต์ พีล
"พลังแห่งการคิดทางบวก (The Power of Positive Thinking)"
เดล คาร์เนกี
"วิธีชนะมิตรและจูงใจคน (How to Win Friends and Influence People)"
ดับเบิ้ลยู เคลเมนต์ สโตน
"ทัศนคติทางจิตใจที่เป็นบวก (The Positive Mental Attitude)"
จอห์น ซี แม็กซ์เวลล์
"21 คุณสมบัติหลักแห่งการเป็นผู้นำ (The 21 Indispensable Qualities of a Leader)"
ไบรอัน เทรซี่
"เป้าหมาย! (Goals!)"
"กินกบตัวนั้นซะ! (Eat That Frog!)"
"จิตวิทยาแห่งการบรรลุความสำเร็จ (The Psychology of Achievement)"
จิม รอห์น
"7 กลยุทธ์ สู่ความมั่งคั่งและความสุข (7 Strategies for Wealth and Happiness)"
ที ฮาร์ฟ เอคเคอร์
"ไขความลับสมองเงินล้าน (Secrets of the Millionaire Mind)"
โรเบิร์ต ที คิโยซากิ
หนังสือชุด "พ่อรวย (Rich Dad's)" ทั้งชุด
เดวิด ชว็อทซ์
"คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก (The Magic of Thinking Big)"
เดนนิส เวทลี่ย์
"จิตวิทยาแห่งชัยชนะ (The Psychology of Winning)"
ซิก ซิกล่าร์
"พบกันที่จุดสูงสุด (See You at the Top)"
จอร์จ เอส เคลสัน
"บุรุษที่รวยที่สุดในบาบิโลน (The Richest Man in Babylon)"
แอนโทนี่ ร็อบบินส์
"พลังไร้ขีดจำกัด (Unlimited Power)"
"ปลุกยักษ์ใหญ่ในตัวคุณ (Awaken the Giant Within)"

นอกจากนั้นยังมี หนังสือที่โด่งดังด้านการบริหารจัดการ เช่น

  • "ผู้จัดการหนึ่งนาที (The One Minute Manager)" ของ เค็นเน็ธ แบลงค์ชาร์ด และ สเป็นเซอร์ จอห์นสัน

และยังมี หนังสือแนวความสำเร็จทางการขาย เช่น

  • "วิธีขายตัวเอง (How to Sell Yourself)" ของยอดนักขายรถติดอันดับกินเนสบุ๊คส์ ชื่อ โจ จีราร์ด
  • "ผมยกระดับตัวเองจากความล้มเหลวมาเป็นความสำเร็จในการขายได้อย่างไร (How I Raised Myself from Failure to Success in Selling)" หนังสือเล่าเทคนิคการขาย ของ แฟรงค์ เบทท์เจอร์

นี่เป็นเพียงบางส่วนของหนังสือดีๆ บนโลกนี้ที่คุณหาอ่านได้ไม่ยาก ยังมีที่ไม่ได้กล่าวถึงอีกนับไม่ถ้วน ที่ให้แนวคิดในการพัฒนาตนเอง เห็นแล้วนะครับ คุณไม่จำเป็นต้องเบื่อกับการอ่านหนังสือเพียงเล่มเดียวแล้ว และทุกเล่มที่อ่าน จะทำให้คุณมองเห็นมุมมองต่างๆ ของผู้แต่ง และเรื่องราวของบุคคลต่างๆ ที่กล่าวไว้ในหนังสือ ที่เขามีแนวคิดที่ทำให้ชีวิตเขาประสบความสำเร็จได้

เทคนิคการอ่าน: บางคนเห็นหนังสือ 10 เล่มก็ร้องจ๊ากกก! แล้วครับ โอ้แม่เจ้าาาา!... เยอะจัง จะอ่านหมดมั้ยเนี่ย???? เป็นสิ่งที่ผมเองก็เป็นมาก่อน ไม่แปลกที่คุณจะตกใจและรู้สึกท้อเมื่อเห็นหนังสือทั้งตั้ง แต่ผมไม่ได้บอกนี่ครับว่า หนังสือ 1 เล่ม คุณต้องใช้เวลาอ่านเท่าไหร่ เพราะมันขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง สำหรับตัวผม มีเทคนิคง่ายๆ ที่จะมาแนะนำเพื่อนๆ ครับ

  1. หยิบมา 2 เล่ม เอามาตั้งไว้บนโต๊ะให้เห็นชัดๆ ที่เหลือเก็บเข้าตู้ไป อย่าเพิ่งไปมองมัน ที่เอามาตั้งไว้ 2 เล่ม ก็เพื่อให้เป็นเป้าหมายที่คุณพอจะเอื้อมถึง แต่ไม่ควรน้อยเกินไป (คุณอาจจะวางไว้ 3 เล่ม หรือเล่มเดียวก็ได้ครับ ตามใจคุณ)
  2. อ่านเล่มแรก โดยใช้เวลาอ่าน 15 นาทีเป็นอย่างน้อย เมื่อเกิน 15 นาทีไปแล้ว ถ้าสมองคุณเริ่มเบลอ หรือเริ่มไม่เข้าใจว่าหนังสือกำลังบอกอะไรกับคุณ จงหยุดอ่าน ไม่ว่าคุณจะอ่านถึงตรงไหนก็ตาม แล้วคั่นหนังสือไว้หน้านั้น แล้วคุณก็ไปทำอย่างอื่นซะ อย่าดันทุรังอ่านต่อนะครับ เพราะไม่มีประโยชน์ ถ้าคุณอ่านด้วยความเครียด หรือ เบลอ
  3. ทำข้อ 2 ใหม่ ในวันรุ่งขึ้น เมื่อคุณตื่นมา สมองกำลังเฟรช บางวันคุณอาจอ่านได้มาก บางวันก็ได้น้อย ไม่เป็นไรครับไม่มีใครทำโทษคุณ ขอเพียงคุณอ่านอย่างสม่ำเสมอทุกวันก็พอ วันละนิดวันละหน่อย เท่าที่คุณจะทำไหว
  4. ถ้า 2 เล่มที่วางบนโต๊ะคุณอ่านหมดแล้ว ก็ไปหยิบมาใหม่อีก 2 เล่ม ในตู้หนังสือมาวางเหมือนเดิม
  5. ทำข้อ 2 ใหม่อีกรอบ วนอยู่อย่างนี้ แล้วคุณจะทึ่งกับตัวเอง เมื่อเวลาผ่านไป 4-5 เดือน คุณอาจจะอ่านหมดตู้แล้วก็ได้
  6. ถ้าคุณลืมว่าเล่มแรกอ่านอะไรไป คุณก็หยิบเล่มแรกมาอ่านใหม่ได้ครับ ไม่มีใครว่าคุณหรอก
  7. หาหนังสือเล่มใหม่มาเพิ่ม ในตู้หนังสือของคุณเรื่อยๆ

เชื่อผมเหอะว่า ภายในไม่เกิน 2 ปี คุณจะเริ่มเปลี่ยนเป็นคนใหม่แน่ๆ เพราะคุณได้ตอกย้ำหลักการความสำเร็จลงในสมองคุณทุกวัน ไม่ต้องเยอะ แต่สม่ำเสมอ แค่นี้คุณก็เปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้วครับ

และนี่คือเคล็ดลับ ที่ว่า "หนังสือ สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้อย่างไร?"
มันจะเปลี่ยนชีวิตคุณก็ต่อเมื่อคุณยอมที่จะอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำอีก ตอกย้ำหลักการความสำเร็จลงไปในใจ จนกว่าความคิดของคุณจะเปลี่ยน

ความคิดเปลี่ยน => พฤติกรรมเปลี่ยน => ชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยนแปลงได้เอง

Article by: Nattaphon

Comments (7)
  • nooann  - เอาไปใช้กับการเรียนได้เลยนะนี่
    avatar

    ก้อจริงอ่ะ พออ่านๆไปก้อรู้สึกมึนๆละแต่พออ่านต่อกลับฝืนตัวเองอ่านไม่รู้เรื่องเลย ต้องปล่อยให้สมองว่างหรืออ่านอีกวันนึงถึงจะเข้าใจ
    ขอบคุณสำหรับเทคนิคการอ่านนะค่ะ คงต้องอ่านทุกๆวัน วันละเล็กวันละน้อยเดี๋ยวก็ชินเอง หุหุ ^^

  • Nattaphon  - ตอบ nooann
    avatar

    ใช่ครับ เอาไว้ใช้กับเรื่องเรียนได้ด้วย แต่... อย่าลืมนะครับ การเรียนมีเวลาเป็นตัวบังคับ อย่าอ่านช้าเกินไป เดี๋ยวจะไม่ทันตอนสอบนะครับ ^^ (พี่เป็นบ่อย ฮ่าๆๆ :D )

  • Dong
    avatar

    :love: เห็นด้วยครับ และถ้าอ่านหนังสือเบื่อ ๆ แล้วก็เข้ามาอ่านกระทู้ที่เราสนใจบน เน็ตก็ดีนะครับ :D

  • Beernaka
    avatar

    อืม..เป็นบทความ ที่ดีมาก เด๊วเอาไปทำตาม

  • Beernaka
    avatar

    goodddddddddd. I agree with you ka. เด๊วเอาไปทำมั่ง

  • นันทภัค
    avatar

    ชอบมากค่ะกำลังอ่านมีพลังใจและแนวคิดดีๆ

  • kaiwaa
    avatar

    จริงๆ ด้วย เวลาอ่านหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจแล้วรู้สึกฮีกเหิม แต่พอวางมันลงไปสักพักก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นต้องอ่านให้มากๆ ให้มันเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกเรา ช่าย ช่าย ว่าแล้วก็จะกลับไปอ่านหนังสือเก่าๆ อีกสัก 2-3 รอบ...ขอบคุณมากสำหรับข้อความดีๆ ค่ะ

Write comment
Your Contact Details:
(E-mail จะไม่แสดงในหน้าเว็บ)
** Gravatar enabled: ใส่รูปภาพ Avatar อัตโนมัติ
Comment:
:D:angry::angry-red::evil::idea::love::x:no-comments::ooo::pirate::?::(
:sleep::););)):0
Security
Please input the anti-spam code that you can read in the image.