Home รู้จักกับณัฐพล

postheadericon Who is ณัฐพล ขาวสำลี?


สวัสดีครับ ผมชื่อ ณัฐพล ขาวสำลี มีชื่อเล่นว่า "เก่ง" ครับ ผมได้จัดทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมาก็เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ และให้ความรู้ในการทำธุรกิจออนไลน์ เท่าที่ผมจะสามารถถ่ายทอดได้ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ หลายๆ คนที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ ใน การทำธุรกิจออนไลน์ หรือโอกาสในการหาความรู้ด้าน การทำเว็บไซต์ หรือ Internet Marketing ผมจะขอเล่าประวัติย่อๆ ของผมให้อ่านกันก่อนก็แล้วกันครับ

ชีวิตในช่วงเรียนมัธยม ผมไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือเท่าไหร่นัก แต่มีอยู่วิชานึงที่ผมชอบมาก ก็คือ คณิตศาสตร์ และคะแนนผมในวิชานี้ ก็จัดว่าอยู่ลำดับต้นๆ ในชั้นเรียนเลยก็ว่าได้ แต่อีกด้านนึงซึ่งห่วยแตกสุดๆ ก็คือ ภาษาอังกฤษ ซึ่งก็เป็นเพียงวิชาเดียวที่ผมสอบตกในช่วงมัธยมปลาย ถ้าให้ผมแต่งประโยคภาษาอังกฤษซักประโยคที่คิดว่าเจ๋งที่สุดเท่าที่ผมจะแต่ง ได้ในตอนนั้น ก็คงจะเป็น "This is a book." เฮ้อ... ดูแล้วช่างต่างกันคนละขั้วกับคณิตศาสตร์เลยใช่มั้ยล่ะครับ

และแล้ว เมื่อการสอบเอ็นทรานซ์มาถึง ผมก็สอบไม่ติดที่ไหนเลยครับ แต่ดั๊นนนน ไปติด ABAC ซะงั้น ทำไมถึงสอบติดน่ะหรอ? เหอะๆๆ คำตอบง่ายมาก เพราะว่ามันสอบแค่ 2 วิชาครับ คือ คณิตศาสตร์ กับ ภาษาอังกฤษ และแน่นอนว่า คณิตศาสตร์ มันเสร็จผม แต่ภาษาอังกฤษ ผมเสร็จมัน ซึ่งคะแนนมันก็เลยเฉลี่ยๆ อยู่กลางๆ เฮ้อ!... ลุ้นดีจัง ติดตัวสำรอง ทำให้ว่างอยู่ 1 เทอม และได้เข้าเรียนตอนเทอม 2 ครับ

แต่เหตุการณ์มันไม่ง่ายอย่างนั้นสิ ในเมื่อผมสอบเข้า ABAC ได้ ปัญหาใหญ่ละทีนี้ เพราะภาษาอังกฤษสุดห่วยอย่างผม จะเรียนรอดจนจบได้หรอเนี่ย?? งานเข้าแล้วสิทีนี้ หลังชนฝาแล้ว ไม่เรียนก็ไม่ได้ มันดันสอบติดอยู่ที่เดียวก็จำใจต้องเรียนล่ะครับ ทั้งๆ ที่ผมคิดว่าผมเกลียดภาษาอังกฤษเข้ากระดูก แต่ผมก็ได้ไปลงเรียนภาษาที่ British American ในเทอมนั้นที่ผมว่างอยู่ นับว่าเป็นการเปิดความคิด เปิดทัศนคติใหม่ ให้กับผมในเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะอันที่จริงแล้ว ผมเรียน British American 2-3 เดือน ผลปรากฏว่า ภาษาอังกฤษผม พัฒนาไปมากกว่าที่เรียนมาตั้งแต่อนุบาล 1 ซะด้วยซ้ำ ... นี่มันอะไรกัน? แค่เราตั้งใจกับมันนิดเดียว เราเก่งภาษาอังกฤษขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย แต่จุดอ่อนของผมก็คือ เรื่องคำศัพท์ครับ ที่ไม่ค่อยได้ท่อง ก็เลยไม่เก่งเท่าคนอื่นๆ เขา แต่ผมก็ภูมิใจนะครับ ที่ผมรู้ว่าตัวผมได้พัฒนาภาษาไปมากกว่าตอนเรียนมัธยมเยอะเลย

อีกด้านหนึ่งของชีวิต ผมก็เป็นคนสนใจคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เรียนสารพัดอย่างตั้งแต่เด็ก ในยุคคอมพิวเตอร์ 8 บิทนู่นแน่ะ สมัยนั้น ชิพคอมพิวเตอร์แบบนี้ เรียกย่อๆ ว่า 8088 (8บิท) แล้วก็พัฒนามาเป็น 80286 (16บิท), 80386 (32บิท), 80486 (64บิท), Pentiem I, Pentiem II, Pentiem III, Pentiem IV, Dual Core, Core 2 Duo,... ตามลำดับ คุ้นๆ มั้ยครับ... ผมจับคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เด็ก จึงพอจะมีทักษะคอมพิวเตอร์บ้างพอสมควร ทำให้ผมเริ่มสนใจงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งต่อมา ผมก็ได้ทำงานทางด้านนี้จริงๆ ครับ

แต่ผมก็ไม่เอาเรื่องงานเป็นปัจจัยในการเลือกเรียนหรอกนะครับ เพราะเรื่องที่จะเรียนให้รอด กับงานที่อยากจะทำ มันมักจะสวนทางกันครับ และเนื่องจากผมถนัดวิชาคำนวน ผมจึงต้องเลือกเรียนอะไรก็ได้ทีมีแต่คำนวน เพื่อให้ตัวเองเรียนจบ และนั่นทำให้ผมเลือกเรียน Accounting Major หรือ วิชาเอกการบัญชี คณะบริหารธุรกิจครับ ผมถึงเรียนจบมาได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด เกรดเฉลี่ยน่ะหรอ? หุหุหุ ใครเห็นก็ต้องถามว่า ทำได้ยังไงเนี่ย? มันทำยากยิ่งกว่าเกียรตินิยมซะอีกนะ... ครับ มันยากจริงๆ เพราะผมทำได้ 2.00 พอดิบพอดี ถ้าต่ำกว่านี้แค่่เพียง 0.01 ผมก็เรียนไม่จบแล้ว ฮ่าๆๆๆ เก่งมั้ยล่ะครับ? น้อยคนนักที่จะทำได้แบบผม ^_^'... น่าภูมิใจตรงไหนเนี่ย? - -'

ประวัติการเรียนผมห่วยๆ อย่างนี้แหละครับ ที่ทำให้ผมได้ค้นพบว่า ชีวิต...ไม่ได้มีแต่เรื่องเรียน คนเรียนเก่ง แต่ทำงานห่วยๆ ก็มีให้เห็นเยอะครับ คนเรียนไม่เก่ง หรือเรียนไม่จบอย่าง Bill Gates ก็ยังประสบความสำเร็จเป็นอันดับ 1 ของโลกได้เลย ชีวิตเราอยู่ที่เราเลือกที่จะเป็นครับ

ผมได้เริ่มตั้งต้นทำงานประจำในบริษัทหลายแห่ง (เปลี่ยนงานบ่อย ผมทราบครับว่ามันไม่ดี แต่ทำไงได้ล่ะ ก็มันยังไม่ถูกใจนี่นา...) และแห่งสุดท้าย ผมได้ทำงานในตำแหน่ง Web Design และรับงานอิสระควบคู่ไปด้วย ซึ่งจากการที่ผมต้องคลุกคลีอยู่กับเว็บไซต์ ทำให้ผมได้เจอกับ ธุรกิจออนไลน์ ตัวนึงเข้า และก็ได้เริ่มต้นทำ ธุรกิจออนไลน์ ตัวนั้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2007 ซึ่งก็คือธุรกิจ GDI นั่นเอง

หลังจากสมัคร GDI แล้ว ผมก็เริ่มที่จะศึกษาวิธีการทำ การตลาดบนอินเตอร์เน็ต จากผู้ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายๆ ท่านด้วยกัน และ 1 ในนั้นก็คือ คุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ครับ เขาเป็นมือ 1 จริงๆ ผมต้องยอมรับเลย ถ้าคุณได้รู้จักคุณตราวุทธิ์ แล้วคุณจะต้องทึ่งว่า เขาทำไปได้ยังไงกัน ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์ได้ขนาดนี้ได้ยังไงกัน? ผมจึงเริ่มศึกษาการทำธุรกิจจากเขา ทั้งซื้อหนังสืออ่าน ทั้งเรียนคอร์สต่างๆ ที่เขาสอน โดยเฉพาะหลักสูตร Amazon eClass ครับ ผมได้ฝึกทำตามคำแนะนำ ทดลองเอาสินค้าจากเว็บไซต์ Amazon.com, CJ.com, ClickBank.com, และที่อื่นๆ อีกมากมายมาลองทำการตลาด ก็ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง เป็นธรรมดาของการฝึกฝนครับ และผมก็ยังเข้าไปสมัครเป็น Member ในเว็บของเขาเพื่อให้ได้รู้จักและพูดคุยกัน เพื่อผมจะได้เก่งเหมือนเขาบ้างครับ ผมสะสมความรู้ ประสบการณ์วันละนิดวันละหน่อย แทบจะไม่รู้สึกว่าจะได้อะไรมากมายเลย แต่เมื่อผมมองย้อนกลับไปในวันแรกที่ผมสมัครทำ GDI (นับจากวันที่เขียนบทความนี้ ย้อนกลับไป 2 ปีพอดี) ผมเห็นตัวผมเองเดินมาไกลจริงๆ

ถ้าผมไม่มุ่งมั่น พยายามที่จะพัฒนาตัวเองตั้งแต่ในช่วงแรกของการทำธุรกิจแล้วล่ะก็ วันนี้ผมก็คงจะไม่แตกต่างกับวันแรกที่ทำ GDI แน่ๆ มันคือ การลงทุนในความรู้ ไม่เสียเปล่าเลย กับสิ่งที่ผมได้ทุ่มเทไปทั้งหมด ทำให้เกิดการพัฒนาตัวเองได้มากทีเดียว พัฒนาทั้งความรู้ พัฒนาทั้งแนวความคิดในการทำธุรกิจ และพัฒนาทักษะต่างๆ ที่จำเป็นในการทำธุรกิจออนไลน์ครับ และเว็บไซต์นี้ ก็เป็นเว็บไซต์ที่ได้จัดทำขึ้น จากการพัฒนามาถึงระดับหนึ่ง ซึ่งผมสามารถที่จะถ่ายทอดให้กับเพื่อนๆ ได้ไปศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาธุรกิจของตนเองต่อไปครับ

และทั้งหมดนี้ ก็เป็นเรื่องราวย่อๆ ของผม... ติดตามเรื่องราวของผมกันต่อได้ ในบทความต่างๆ ที่ผมได้เขียนไว้ในเว็บไซต์แห่งนี้ครับ

 
มาคุยกันได้ที่นี่

ผู้สนับสนุน
Host Gator

HostGator
Free SiteBuilder
Unlimited Disk Space
Unlimited Bandwidth