e-Business Model
เมื่อก่อนนี้ คนไทยเราจะนิยมใช้อินเตอร์เน็ต เพื่อความบันเทิงกันมาก เช่น ดูหนัง ดูดวง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ฯลฯ แต่ทุกวันนี้ คนไทยเริ่มหันมาสนใจการหารายได้ผ่านเน็ตมากขึ้น ซึ่งตัวผมเอง เมื่อหลายปีก่อน ถ้าพูดถึงเรื่อง หาเงินผ่านเน็ต แล้วล่ะก็ ผมก็จะนึกถึงแต่การเปิด ร้านค้าออนไลน์ เพื่อขายของเท่านั้นเอง แต่เมื่อผมได้เริ่มคลุกคลีอยู่กับการทำเว็บไซต์ ในขณะที่ผมเป็น Web Design ผมก็เริ่มได้เห็นสิ่งต่างๆ มากขึ้น และเริ่มจะเห็นภาพว่าการ หารายได้ผ่านอินเตอร์เน็ต นั้นมีรูปแบบ หรือ Model มากกว่าที่ผมคิด รูปแบบต่างๆ ที่พอจะสรุปได้ก็คือ
- ร้านค้าสำเร็จรูปออนไลน์ เปรียบได้กับเป็นแคตตาล็อกออนไลน์ เป็นรูปแบบที่เราต้องมีเว็บไซต์ ต้องมีสินค้า โดยผู้ประกอบการ จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเลคทรอนิคส์เพื่อให้ความมั่นใจกับผู้ซื้อได้ว่า ร้านค้าออนไลน์นี้มีตัวตนอยู่จริง จ่ายเงินแล้วได้รับสินค้าแน่นอน หลักฐานการจดทะเบียนก็จะมีเพียงแค่ สำเนาบัตรประชาชน และเว็บไซต์ที่ทำเสร็จ หรือใกล้เสร็จแล้ว นำไปจดทะเบียนที่สำนักงานเขตในท้องถิ่นของคุณได้เลย จดง่ายมากๆ ค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 50 บาทเท่านั้น ตลอดชีพ
- การฝากขายสินค้า จะเป็นเว็บไซต์ประมูลขายสินค้า อาจเป็นสินค้าใหม่ หรือมือสอง หรือสินค้าหายากต่างๆ ตัีวอย่างเว็บไซต์เหล่านี้ เช่น pramool.com, thaisecondhand.com, ebay.com และจะชำระเงินผ่าน PayPal เพราะ PayPal สามารถที่จะคุ้มครองผู้บริโภคได้ หากว่าผู้ขายตุกติก หรือมีการหลอกลวงผู้ซื้อ
- Affiliate Marketing หรือถ้าพูดกันภาษาชาวบ้านก็คือ นายหน้าออนไลน์ นั่นเองครับ เราไม่จำเป็นต้องมีสินค้าเป็นของตัวเอง ไม่ต้องยุ่งยากกับการบริการลูกค้า ไม่ต้องมีฝ่ายบัญชี ไม่ต้องเก็บสต็อกสินค้า เพราะเราจะทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางในการนำสินค้าจากเว็บไซต์เจ้าของสินค้า มาทำการโฆษณาเท่านั้น โดยอาจจะนำไปโปรโมทใน Website, Blog, Social Media ต่างๆ หรืออาจจะนำไปลงโฆษณาใน Search Engine อย่าง Google, Yahoo, Bing,... ฯลฯ ก็ได้ ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ให้เราสมัครเข้าไปเป็น Affiliate ได้ เช่น Amazon.com, CJ.com, Clickbank.com, LinkShare.com, ShareASale.com, Website.ws,... และอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วนบนโลกอินเตอร์เน็ต และเมื่อเราขายสินค้าได้ ทางเว็บไซต์เจ้าของสินค้า ก็จะจ่ายคอมมิชชั่นให้กับเรา
- Contextual Ads เหมาะสำหรับ Webmaster หรือคนที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง และต้องการจะขายโฆาณาให้กับผู้ที่ต้องการลงโฆษณา (Advertisers) โดยเว็บไซต์นั้นจะต้องมีคนเข้าเว็บเป็นจำนวนมาก การทำรายได้จาก Model นี้จึงจะเห็นผลชัดเจน เช่น การติดโฆษณา Google AdSense, AdBrite, BidVertiser, ClickSor, Kontera หรือการติดโฆษณา Banner
- Professional Web Service เหมาะกับนายทุน เช่น Portal web ต่างๆ หรือเว็บให้บริการลงประกาศฟรี เว็บไซต์เหล่านี้ จะยึดหลัก การให้ เป็น อันดับแรก โดยอาจจะให้บริการข้อมูลข่าวสารฟรี, ให้บริการลงประกาศฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, ฟังเพลงออนไลน์ฟรี เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลสมาชิก และจะมีฟังก์ชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมโดยสมาชิกที่ต้องการใช้ฟังก์ชั่นเพิ่มเติม ก็อาจจะต้องอัพเกรดสมาชิก ซึ่งทางเว็บไซต์ก็จะเก็บเงินค่าสมาชิกตรงส่วนนั้นไป เว็บไซต์เหล่านี้ จะมีคนเข้าเว็บเป็นจำนวนมาก จึงเหมาะที่จะขายโฆษณาให้กับผู้ที่ต้องการลงโฆษณาได้อีกด้วย
แต่ไม่ว่าคุณจะทำ e-Business Model รูปแบบไหนก็ตาม หัวใจของการทำธุรกิจนั้นอยู่ที่การทำ การตลาดออนไลน์ หรือ Internet Marketing ครับ หากคุณมีร้านค้าออนไลน์สวยงาม เว็บไซต์ทำออกมาอย่างเลิศหรู แต่ทำ การตลาดออนไลน์ ไม่เป็น ก็เปล่าประโยชน์ เพราะจะไม่มีใครเข้าเว็บไซต์คุณเลย แล้วคุณจะขายสินค้าได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อคุณเลือกที่จะทำ e-Business Model ที่จะทำได้แล้ว สิ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้ให้มากคือ การทำ Internet Marketing ซึ่ง มีอยู่หลายวิธีเช่น Blog Marketing, E-Mail Marketing, Search Engine Optimization, Pay-Per-Click (PPC), Social Network Marketing, Viral Marketing,...ฯลฯ
และครั้งหน้าผมก็จะมาพูดถึง Internet Marketing ในเรื่องต่างๆ ต่อไปนะครับ
Article by: Nattaphon
-
|2010-07-30 14:23:59 Anonymous

ข้อใดไม่ใช่ e-business model
ก e-business model
ข e-commerce office
ค การฝาก Link ไว้กับบริษัทอื่น
ง การนำ Banner ไปแลกลิงค์ไว้กับเว็บอื่น
ช่วยตอบด้วยนะคะ
-

ผมอ่านคำถาม แล้วผมก็รู้สึกงงๆ เล็กน้อยครับ เพราะว่า
ข้อ ก. e-business model มันก็คือ e-business model น่ะสิครับ
ผมงงกับตัวเลือกข้อนี้มากๆ กำลังจะถามอะไรกันแน่ครับ -?-ข้อ ข. e-commerce office ..... ????
ข้อนี้กำลังหมายถึง e-Commerce ใช่หรือเปล่าครับ? ในบทความนี้ ผมกำลังจะสื่อถึง Model หรือ รูปแบบ ในการทำเงินบนอินเตอร์เน็ตครับ จะเป็นคนละอย่างกับ ช่องทางการขายสินค้า/บริการคำว่า e-Commerce นั้นคือ ช่องทางทำการค้าผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์ เป็นระบบการค้าที่ประกอบไปด้วย การซื้อ-ขาย สินค้า/บริการ ผ่านอินเตอร์เน็ต และเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ผมจะยกตัวอย่างก็แล้วกันนะครับ
สมมุติว่าผมมีสินค้า A และผมต้องการขายผ่านอินเตอร์เน็ต นั่นคือ ผมเลือกช่องทาง e-Commerce โดยผมได้ทำเว็บไซต์เป็น ร้านค้าสำเร็จรูปออนไลน์ เป็น model แรกที่ผมเริ่มต้นขายสินค้า A
ต่อมา ผมต้องการเพิ่มยอดขายสินค้า A ผมจึงเปิดรับสมัครให้ใครก็ได้ที่ต้องการรายได้ มาเป็นตัวแทนขายสินค้า A ให้กับผม... สมมุติว่า นาย B ได้นำสินค้า A ของผมไปขาย นั่นหมายความว่า นาย B ได้ทำรูปแบบธุรกิจที่เรียกว่า Affiliate Marketing นี่ก็เป็นอีก model นึงครับ และเรียกนาย B ว่าเป็น Affiliate Marketer
จากนั้นเมื่อเว็บผมมีคนเข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ผมจึงคิดจะเพิ่มรายได้จากการขายโฆษณา โดยติดโฆษณา Google AdSense เข้าไปในเว็บไซต์ อันนี้ก็เป็นอีก model ที่เรียกว่า Contextual Ads ครับ
พอจะมองภาพออกแล้วใช่มั้ยครับ?
ข้อ ค. ผมคิดว่าคุณอาจจะกำลังหมายถึง การนำ Link ไปฝากไว้กับเว็บอื่น ใช่หรือเปล่าครับ? ไม่น่าจะเป็นการฝากไว้กับบริษัทอื่น
ข้อนี้เป็นเรื่องของ วิธีการโปรโมทเว็บไซต์ วิธีหนึ่งเท่านั้น ทำได้ทุก e-business model ครับ เช่น จากตัวอย่างเดิมข้างบน ผมจะทำอย่างไรให้คนรู้จักสินค้า A ในเว็บของผม? ผมก็เลือกที่จะไปโพสประกาศในเว็บประกาศฟรี หรืออาจจะนำ Link ไปแลกกับเว็บอื่นๆ ซึ่งผม หรือ นาย B (Affiliate Marketer) ก็สามารถทำวิธีการนี้ได้เหมือนกัน
ข้อ ง. ข้อนี้เหมือนกับข้อ ค. ครับ เพียงแต่เปลี่ยนจาก Link เป็น Banner เท่านั้นเอง



